“The New Concept”เชียงใหม่ เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์เพื่อการลงทุน คุณรมย์รวินทร์ ธัญเศรษฐ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท The New Concept Property จำกัด สายพันธ์มังกร ลิขิตชีวิตด้วยมานะตน

“ผมโดนแรงกดดันมหาศาล เพราะเขาไม่มีการสอนเหมือนบริษัทชั้นนำทั่วๆ ไปที่จะต้องฝึกอบรมก่อน ถึงจะทำงานได้ เขาจะใช้ไปทำ ผิดก็โดนด่า เราเป็นเด็กใหม่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดนด่าทุกวัน เราต้องอดทน อดกลั้น เราทำสิ่งที่ผิดครั้งแรก ครั้งที่สองไม่ผิดแล้ว เพราะจำได้ จนไม่เหลืออะไรให้ผิด แล้วคนที่เข้ามาต่อจากผมก็สบาย ผมก็บอกว่ามึงอย่าทำ เพราะผิดมาแล้ว ผมโดนจนแกร่งและอดทน จนไม่มีอะไรที่ผมจะต้องเรียนรู้แล้ว”

จากเด็กลูกจีนธรรมดาๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ที่อากงของเขาอพยพจากจีนแผ่นดินใหญ่มาเป็นลูกจ้างร้านขายยา เมื่อ 70 ปีที่แล้ว ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 อากงของเขาเปิดร้านขายยาของตัวเอง ขายดีมากในสมัยนั้น จนไม่มีขวดบรรจุยาขาย ต้องคิดการใหญ่ สร้างโรงงานทำขวดบรรจุยา กลายเป็นนักธุรกิจที่ดังมากในจังหวัดเชียงใหม่ การค้าไปดีมาก แต่พอถึงจุดหนึ่งในชีวิต อากงของเขาล้มลงไป แม้ตัวเขาเองรู้เห็นตัวอย่างของอากงมาแล้วก็ตาม เตี่ยกับแม่เตือนเขาเสมอๆ ให้รู้ถึงอดีตของครอบครัว แต่เขาก็ยังปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ เหมือนที่อากงหรือปู่ของเขาเคยเป็นมาก่อน เวลานี้เด็กน้อยคนนี้ หรือคุณรมย์รวินทร์ ธัญเศรษฐ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท The New Concept Property จำกัด ทำสำเร็จตามความตั้งใจ สามารถเปิดมิติใหม่ทางธุรกิจประเภทที่พักอาศัยเพื่อการลงทุน หรือ Residence For Investment เป็นเจ้าตลาดในจังหวัดเชียงใหม่อย่างน่าภูมิใจดังที่เขาพูดว่า “พ่อกับแม่มาคุยให้ผมฟังตลอดว่าอดีตของเราเป็นอย่างไร ก็เลยมีความคิดอยากจะรื้อฟื้น อยากจะโตขึ้นมาเหมือนอากงให้ได้ ก็เลยไม่มีความคิดอยากจะเป็นลูกจ้าง อยากจะเป็นพ่อค้าเป็นนักธุรกิจมากกว่า”

ด้วยดีเอ็นเอแห่งนักสู้สายพันธ์มังกร คุณรมย์รวินทร์ได้ปั้นดินให้เป็นดาว ลิขิตชีวิตด้วยมานะของตนเอง ตั้งแต่เรียนหนังสือ ก็พยายามค้าขาย ชอบหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เช่น ขายเสื้อผ้า ไปช่วยอาทำงาน ติดต่อหน่วยราชการ แทบจะไม่ค่อยเข้าเรียน แต่ก็จบปริญญาตรีจากสาขาเศรษฐศาสตร์สหกรณ์ด้วยเกรด 3 กว่า เมื่อพ้นจากรั้วการศึกษา เพื่อนๆ ขอร้องให้ช่วยพาไปสมัครงานที่แบงก์กสิกร ก็พากันไปสมัครเข้าสอบแข่งขัน จากจำนวน 500 คน คัดเอาเพียง 10 คน คุณรมย์รวินทร์ติด 1 ใน 10 แต่ไม่ได้ไปทำงานที่แบงก์ เพราะหุ้นกับเพื่อนเปิดร้านถ่ายเอกสารแถวอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ แต่ก็ได้งานด้านสินเชื่อการตลาดที่ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง ในเครือซิตี้แบงก์ ที่ไปเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเครือสถาบันการเงินเช่นกัน สมัครกันเป็นร้อย แต่ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง เลือกคุณรมย์รวินทร์คนเดียว

“ผมเป็นพนักงานที่เพิ่งจบใหม่ เป็นพนักงานสินเชื่อการตลาด ปีแรกผมโดนกดดันมหาศาล เพราะเขาไม่มีการสอนเหมือนบริษัทชั้นนำทั่วๆ ไป ที่จะต้องฝึกอบรมก่อนถึงจะทำงานได้ เขาจะใช้ไปทำ ผิดก็โดนด่า เราเป็นเด็กใหม่  ไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดนด่าทุกวัน เราต้องอดทน อดกลั้น เราทำสิ่งที่ผิดครั้งแรก ครั้งที่สองไม่ผิดแล้วเพราะจำได้ จนไม่เหลืออะไรให้ผิด” ใช้เวลาไม่นาน ผลงานของรมย์รวินทร์ขึ้นอันดับท็อป! ด้วยยอดสินเชื่ออันดับหนึ่ง หนี้เสียน้อยที่สุด

งานที่ ซิตี้คอร์ป ลิสซิ่ง ไม่ใช่ธงคำตอบของคุณรมย์รวินทร์ เขาจึงมองหาโอกาสใหม่ๆ พอดีเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันมา ชวนไปทำธุรกิจเป็นซัพเอเย่นต์ขายโปรแกรมบัญชี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะไม่เคยทำงานเซลล์มาบ้าง เลยปรับตัวไม่ทัน พอดีเป็นช่วงที่คอมพิวเตอร์กำลังบูม คนอยากได้ไว้ใช้งาน คุณรมย์รวินทร์จึงเกิดไอเดียทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อ เขียนโครงการไปเสนอเพื่อนของอา แต่ถูกเพื่อนของอาฉวยเอาไป ได้ค่าเขียนแลกกลับมาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของงานที่เดินไปได้แน่ๆ ตอนนั้นมองไปทางไหนก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จำอะไรต่อไป จำได้ว่าเคยพาลูกค้าไปเลี้ยง ก็ลองทำร้านอาหารกับเขาบ้าง แต่ก็ไปไม่รอด “คนกินเยอะ แต่มันไม่ได้กำไร…อันนี้ เป็นบทเรียนครั้งที่สองที่รู้ว่าธุรกิจมันใช่เรื่องง่ายๆนะ”

“ธุรกิจไม่ใช่แค่คุณคิดบวกอย่างเดียว แล้วจะไปได้นะ ผมก็ยังไม่ทันจะล้มจากธุรกิจ ก็ไปจับอีกธุรกิจหนึ่งแทน” คุณรมย์รวินทร์ไม่เคยท้อ เดินหน้าเปิดโรงเรียนกวดวิชาที่ลำพูน จ้างอาจารย์ดังๆ ไปจากเชียงใหม่ เป็นความกระตือรือร้นของตัวเองที่อยากจะมีกิจการ เหมือนกับสมัยนี้ที่เรียกกันว่ากลุ่มสตาร์ทอัพ ทำโรงเรียนกวดวิชาไปได้ระยะหนึ่ง นายเก่าจากซิตี้คอร์ปมาชวนกลับไป ครั้งนี้เขากลับไปเส้นทางเดิมแบบหลังแอ่น มีหนี้ก้อนโตติดไปด้วย “ผมจะอยู่ยังไง…ผมเริ่มมอง เริ่มสังเกตมากขึ้น จากการไม่มีอะไร ทุกทีผมมองว่า เงินคือปัจจัยหลักในการลงทุน ตอนนี้ผมไม่มีเงิน แล้วอะไรล่ะ! ที่จะพยุงให้ตัวเราขึ้นมาได้ การสังเกต การมองโอกาส เป็นสิ่งสำคัญครับ”

ด้วยบทเรียนต่างๆ ที่ได้มา กอรปกับนิสัยช่างคิด ช่างหาอะไรทำ คุณรมย์รวินทร์เห็นโอกาสโดยบังเอิญ และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกของเขาโดยไม่รู้ตัว จากเอกสารประกาศขายที่ดินที่ซิตี้แบงก์ยึดมา แล้วนำมาติดไว้ที่บอร์ดให้พนักงานดู คุณรมย์รวินทร์ใช้ประโยชน์จากตรงนี้หารายได้ สะสมกำไรไว้ทีละแปลงสองแปลง ทำไปเรื่อยๆ จนซิตี้แบงก์สั่งปิดสาขาที่เชียงใหม่ในช่วงฟองสบู่แตก(พ.ศ.2540) “ทุกคนออกไปอย่างงงๆ พร้อมกับถือเช็คและซองขาวออกไป ทุกคนที่ออกไปคอตก สิ้นอนาคต แต่ผมดีใจ เพราะโอกาสมาอีกแล้ว แม้ผมจะไม่มีกิน แต่ผมก็มีความสุขที่ได้เป็นอสิระ ผมได้เงินชดเชยมาเหมือนกัน ผมออกไปด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง ผมก็ไปทำธุรกิจต่อไป”

ประสบการณ์สอนไว้ว่า “งานคือเงิน เงินคืองาน”

“จากชีวิตที่เหมือนกับเสี่ย ทำงานเป็นหน้าตาของบริษัทฝรั่ง เงินเดือนสูงๆ สูงกว่าสามสี่เท่าของเงินเดือนเพื่อนๆ กลับกลายเป็นเจ้าของธุรกิจอีกภาพลักษณ์หนึ่ง คือ อีกชนชั้นหนึ่ง…เราก็ต้องอยู่อย่างนี้ แต่ก็ต้องทน ทนไง ทนแรงกดดันอย่าง มันก็ทำให้ฮึดดีนะ ขึ้นไปสู่จุดสูงๆ และลงมาอยู่จุดต่ำสุด”

ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องจริงที่รับรู้กันอยู่ในทุกสาขาอาชีพ แต่การปรับตัว ทำใจให้รับสภาพได้นั้น แต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่คนอย่างคุณรมย์รวินทร์ทำได้เสมอ จากสภาพเท่ห์ๆ ที่ถือกระเป๋าเจมส์บอนด์ มีมือถือ มีรถเก๋งนั่ง ต้องมาใส่เสื้อตราห่าน ใส่กางเกงขาก๊วย สวมรองเท้าแตะ ในฐานะพ่อค้าข้าวมันมะม่วงที่ห้างโลตัส คุณรมย์รวินทร์ไปเอามะม่วงแรด เพราะเห็นว่ามันสวยดี มาขายแทนมะม่วงอกร่อง จนโดนลูกค้าด่า เขาก็ผ่านมาแล้ว เขาหันไปหาเงินเลี้ยงชีพเพิ่มเติม ด้วยงานขาย พ.ร.บ.ประกันประเภท 3 จนได้โอกาสเป็นตัวแทนของสัมพันธ์ประกันภัย ทำยอดดีขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านไป 6 ปี ถูกพาณิชยการประกันภัยซื้อตัวไป ได้มีโอกาสเข้าไปสร้างผลงานและสร้างเน็ตเวิร์คที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองในเวลาต่อมา ที่บริษัทประกันแห่งนี้ คุณรมย์รวินทร์ทำเงินเป็นกอบเป็นกำ จึงแบ่งเอาไปซื้อที่ดินเก็บไว้ พอบริษัทประสบปัญหาต้องปิดกิจการ เขาก็ซวนเซตามไปด้วย ต้องนำที่ดินที่สะสมไว้หลายแห่ง หลายแปลง มาขายใช้หนี้จนเกลี้ยง ทุกแปลงขายได้กำไรหมด จนไม่มีอะไรจะให้ขายอีกต่อไป วันตกอับสุดๆ บ้าน รถ โดนยึดหมด จากที่เคยมีฐานะแตะระดับเศรษฐี 50 ล้านบาท เขาเหลือเงินอยู่เพียงร้อยกว่าบาทเท่านั้น “ผมไม่มีกำลังใจเสียนะ มองว่า นี่แหละเป็นจุดที่ต่ำสุดแล้ว เราต้องเด้งขึ้นมาแล้ว จากการที่ผมเจ๊ง ผมได้วิชาการขายที่ดิน”   

โดยไม่รอช้าหรือต้องให้ใครมาเตือน คุณรมย์รวินทร์ใช้วิชาการขายที่ดินที่ได้มาทันที เริ่มที่สารภี ลองผิดลองถูกสักพักหนึ่ง ก็คลำหาทางจนเจอ แม้จะต้องลงมือสร้างบ้านให้ลูกค้าที่มาซื้อที่ดินจัดสรร เพราะตัวแทนขายไปรับปากลูกค้าไว้ คุณรมย์รวินทร์ปฏิเสธไม่ออก ต้องทำให้ลูกค้าแบบตกกระไดพลอยโจน เขาลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น “เราไม่เคยโต้แย้ง ไม่เคยไปว่าเขาเอาเปรียบอย่างไร แต่เราถือว่าเราพูดไปแล้ว ก็ต้องทำ สิ่งเหล่านี้ทำให้ลูกค้าการบินไทยกลุ่มนี้เชื่อผม ทุกวันนี้ มาซื้อคอนโดมิเนียมที่ผมทำ ทุกโครงการ แล้วก็บอกต่อเพื่อน บอกต่อญาติให้มาซื้อของผม” เมื่อผ่านผลงานจากสารภี คุณรมย์รวินทร์มาทำจัดสรรต่อที่ดอยสะเก็ด แล้วมาทำที่ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง เพื่อสร้างผลงานด้านพัฒนาที่ดินในระดับ Master Piece ภายใต้แบรนด์ที่ตัวเองตั้งขึ้น ใช้ชื่อว่า “The New Concept”

พลิกวิกฤติเป็นโอกาส สร้าง “The New Concept”

“The New Concept เป็นทางเลือกใหม่ เป็นตลาดใหม่ที่ไม่ใช่ตลาดผู้อยู่อาศัยที่จะมาซื้อเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งตลาดนี้ผมมองว่าจุดอ่อนมันคือแบงก์ ถ้าวันใดแบงก์ไม่ปล่อยคุณก็จบ เจ้าของโครงการไม่ได้ขายลูกค้านะ ลูกค้าเป็นเพียงเครื่องมือให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อเท่านั้นเอง คุณกำลังค้าขายกับแบงก์นะ ถ้าแบงก์ไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจ ไม่ปล่อยสินเชื่อ คุณก็จบแล้ว”

พื้นที่ 5 ไร่ ในหมู่ที่ 6 ตำบลสันผักหวาน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นที่ตั้งโครงการ “The New Concept Boutique Condo” โดยบริษัท The New Concept Property จำกัด ในปัจจุบันนี้ แต่เดิมนั้น เป็นที่ตั้งโรงงานกระเบื้องเคลือบของอาคุณรมย์รวินทร์ คุณอาผู้เป็นเจ้าของประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ผ่อนแบงก์ต่อไปไม่ไหว ต้องขอให้เพื่อนมาช่วย สุดท้ายก็ผ่อนต่อไปไม่ไหวเช่นเดิม จึงขอให้คุณรมย์รวินทร์มาช่วย พอดีเพื่อนของอามีเงินอยู่ราวๆ 60 ล้าน อยากทำหอพักในเชียงใหม่ คุณรมย์รวินทร์ก็เลยนำเสนอ ขอรับเหมางานนี้ทั้งหมด หวังไว้มากว่าจะได้งานจากเพื่อนของอา แต่สุดท้ายได้รับคำสบประมาทกลับมา เพื่อนของอาเห็นว่าคุณรมย์รวินทร์เป็นนักการตลาด ไม่น่าจะทำงานก่อสร้างได้ “ผมเสียใจมาก มาเจอในสิ่งที่เขาปรามาสเราอีกครั้งหนึ่ง กลับไปบ้าน ไปอ่านหนังสือ Buyer Guide เห็นว่ามีกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กำลังทำคอนโดพลัสวันในราคายูนิตละ 8 แสน 9 แสนบาท ผมก็มองว่า คอนโดกับหอพักมันต่างกันอย่างไร? เราก็ทำได้นี่หว่า! ถามตัวเองว่า ทำไมเราจะทำไม่ได้”

คุณรมย์รวินทร์ลงมือทำโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการลงทุนทันที ใช้ชื่อว่า “The New Concept” ตั้งใจสร้างให้เป็นแบรนด์เรือธง (Flag Ship) สำหรับบริษัท The New Concept Property จำกัด ที่เขาตั้งขึ้นมา โดยโครงการแรกของบริษัท ก็คือ “The New Concept Boutique Condo” คอนโดมิเนียมขนาดโลว์ไรซ์ สไตล์โมเดิร์น รวม 5 อาคาร จำนวน 279 ยูนิต 1 คลับเฮ้าส์ 1 สระว่ายน้ำ ถัดมาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมขนาดโลว์ไรซ์เช่นเดิม ใช้ชื่อว่า “The New Concept Pool Villa Garden View” มี 3 แบบให้เลือกซื้อ รวม 17 อาคาร จำนวน 274 ยูนิต 2 คลับเฮ้าส์ 1 สระว่ายน้ำ อีก 2 โครงการ ประกอบด้วย โครงการ “The New Concept Office Plus” 2อาคาร จำนวน 126 ยูนิต ชั้น 1-2 เป็นออฟฟิศ ลักษณะการใช้งานเหมือน COWORKING SPAGE ที่มีเลขานุการส่วนกลางคอยบริการ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และโครงการ “The New Concept Colonial” รวม 6 อาคาร จำนวน 88 ยูนิต ทั้ง 2 โครงการที่ว่านี้กำลังดำเนินงานโดยลำดับ

แม้ที่ตั้งโครงการภายใต้เรือธง “The New Concept” จะไม่ได้อยู่ในทำเลเด่นๆ เช่น ไนท์บาซาร์ นิมานเหมินทร์ บริเวณรอบๆคูเมือง หรือตามแนวเส้นทางหลักๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ก็ตาม แต่ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้นำ คุณรมย์รวินทร์เลือกโซนใกล้ตัวเมืองที่มีจุดเด่นน่าสนใจหลายประการ เช่น สภาพแวดล้อมและอากาศดี เข้าออกตัวเมืองสะดวกได้หลายเส้นทาง ห่างจากสนามบินไม่เกิน 20นาที ใกล้แหล่งช็อปปิ้ง โรงเรียน สถานพยาบาล และมีโครงการพัฒนาจากภาครัฐ ดังนั้น ทางด้านกายภาพของโครงการแต่ละแห่งถือว่าผ่าน ทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์แก่ผู้ซื้อได้ สุดท้ายห้องชุดนับร้อยๆ ยูนิตของบริษัทจึงขายดี ได้ทั้งยอดขายและภาพลักษณ์ ส่งผลให้งานด้านตลาดเบาลง ไม่ต้องทำให้หวือหวาเหมือนคนอื่น เลือกทำเพียงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ใช้สื่อสิ่งพิมพ์กระตุ้นตลาดเพียงไม่กี่ราย เช่น คู่สร้างคู่สม สกุลไทย ขวัญเรือน เป็นต้น ตั้งเป้าให้เกิดพลังทางการตลาดแบบบอกต่อ (Viral Marketing) ซึ่งสื่อทุกฉบับที่เลือกใช้โดนเป้าเต็มๆ การรับรู้ถูกถ่ายทอดออกไป กว้างและแพร่กระจายแบบปากต่อปาก ลูกค้าชวนกันมาซื้อเพื่อลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกรุงเทพมหานครและจากภูมิภาคอื่นๆ

งานขายของบริษัทดำเนินไปตามหลักการที่คุณรมย์รวินทร์ตั้งไว้ ก็คือ “ขายเพื่อที่จะซื้อกลับคืน” หัวใจที่จะทำให้สำเร็จนั้น จึงมีงานที่จะต้องเน้นอยู่ 2 ข้อใหญ่ด้วยกัน นั่นก็คือ ประการที่หนึ่ง เรื่องการดูแลรักษาห้องชุดให้ดูสดสะอาดอยู่เสมอ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลาย รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ จะต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ก็เพราะคุณรมย์รวินทร์เชื่อว่า เมื่อดูแลรักษาดี โปรดักต์ก็จะดีตามไปด้วย ราคาของห้องชุดก็จะขยับขึ้นไปตามสภาพตลาด ประการที่สอง คือเรื่องงานบริการ ซึ่งถือเป็นงานพื้นฐานที่จะต้องเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ พยายามปลูกฝังดีเอ็นเอแก่พนักงานในทุกภาคส่วน ให้มีจิตวิญญาณของงานบริการเพื่อสร้าง “Emotional Branding” ให้เกิดแก่แบรนด์ “The New Concept” ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ รู้สึกได้ทันที ดังนั้น หากมีอะไรใหม่ๆ ที่จะต้องเรียนรู้ คุณรมย์รวินทร์จะส่งทีมงานไปศึกษาหาความรู้ ไปสัมผัสของจริง แม้ในบางกรณีอาจจะต้องใช้งบประมาณในการเรียนรู้ค่อนข้างสูงไปบ้างก็ตาม แต่ก็คุ้มค่า “วันนี้เห็นได้ชัดจากพนักงาน มีเซอร์วิสมายด์มากขึ้น ยกระดับเป็น 4 ดาวแล้ว ต่อไปลูกค้าจะมีโอกาสสัมผัสบริการมากยิ่งขึ้น เราจะให้ลูกค้าสัมผัสประสบการณ์ที่ตอบโจทย์แก่ลูกค้าได้ ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ”

“บริษัทมั่นคง ลูกค้ามั่นใจ พนักงานมั่งคั่ง”ปรัชญาองค์กร ไสตล์รมย์ริวนทร์

“ผมกำลังสร้างชุมชนที่คนมีเงินมาอยู่ จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ล่ะ! ตารางเมตรที่ขึ้นไปแสนสองนั้น มันเกิดจากชุมชน มันไม่ได้เกิดจากตัววัตถุ ผมกำลังสร้างตรงนั้นอยู่”

คุณรมย์รวินทร์เห็นว่า กำลังซื้อสำหรับธุรกิจในรูปแบบที่พักอาศัยเพื่อการลงทุน หรือ Residence For Investment นั้น ยังมีอีกมากมายมหาศาล เป็นตลาดของผู้คนที่มีกำลังเงิน และไม่ต้องการนำไปฝากแบงก์ทั้งหมดเพื่อกินดอกเบี้ยเพียงช่องทางเดียว แต่พวกเขาพยายามหาหาช่องทางอื่นๆ ที่จะทำให้เงินของพวกเขา งอกขึ้น และงอกขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง และปลอดภัย การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการปล่อยเช่า หรือขายต่อ ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างหนาแน่น จะเห็นได้ว่าบริการด้าน Wealth Management มีให้เลือกมากมายในโลกธุรกิจ คนมีเงินจะสบายใจมากๆ ถ้าพวกเขาคุ้ม และปิดความเสี่ยงได้หมดทุกประตู หรือถ้าจะต้องเสียไปบ้าง พวกเขาก็พร้อมรับความเสี่ยงนั้นๆ ดังนั้น งานของ “The New Concept” ที่คุณรมย์รวินทร์สร้างขึ้นมา จะไม่ไปแย่งตลาดเดิม แต่จะสร้างตลาดใหม่ๆ “มันเป็นการเปิดมิติที่แท้จริงสำหรับคอนโดเพื่อการลงทุน” เขากล่าวด้วยความสบายใจ

“ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ต้องการความหวือหวา ลูกค้าส่วนใหญ่ของผม อายุ 40-50 ขึ้นไป อายุ 50-60 ปี เยอะมาก เขาไม่ต้องการความหวือหวา เขาต้องการว่า เขามีเงินอยู่ก้อนนึงที่สะสมมา เหมือนกับเงินบำนาญ ขณะเดียวกัน ทรัพย์สินมันก็ขึ้นไปโดยตลอด เงินค่าเช่าก็ได้ ทรัพย์สินก็ขึ้น เขาต้องการแบบนี้มากกว่า ไม่ต้องการให้บริษัทต้องโตๆ แล้วเขาได้อะไร บริษัทโตแต่เขาไม่ได้โตตาม เขาต้องการค่าเช่าที่มั่นคง ทรัพย์สินได้รับการดูแลเอาใจใส่ ตรงนี้ต่างหากสำหรับคนในวัย 50 แล้วมองไปข้างหน้า ไม่ต้องพึ่งลูกแล้ว ต้องพึ่งตนเอง”

ปัจจุบันนี้ “The New Concept” ทำธุรกิจกับคนมีเงิน คุณรมย์รวินทร์จึงต้องฝึกคนของเขา และดูแลทรัพย์สินให้พร้อม เขาเดินมาไกลแล้ว และตั้งใจว่าอีกไม่นานจะนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แชร์ความเป็นเจ้าของให้กับผู้อื่น เพราะเขาเชื่อว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่ง เวลาที่บริษัทเติบโตจนได้ระดับแล้ว ความยั่งยืนขององค์กรจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด บนความยั่งยืนที่ว่านี้ จะต้องมีองค์ประกอบทุกด้านที่สนับสนุนให้บริษัทเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การตรวจสอบก็นับเป็นองค์ประกอบข้อหนึ่งที่มีความจำเป็น จะต้องมีบรรทัดฐานที่เชื่อถือได้ ทุกวันนี้ ไม่มีใครรู้ว่า คุณรมย์รวินทร์ลืมความเจ็บปวดต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตไปหมดแล้วหรือยัง? แต่ผลงานที่เห็นประจักษ์ชัดขณะนี้ ก็คือ คุณรมย์รวินทร์สรุปบทเรียนให้ตัวเองได้สุดยอด เขากล่าวอย่างสดชื่นว่า

“ผมกำลังสร้างแบรนด์ สร้างรากฐาน สร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยมีปรัชญาขององค์กรเป็นตัวนำ ปรัชญาสำคัญที่สุด เพราะจะเป็นตัวนำทาง ไม่มีผม แต่ปรัชญาจะเป็นตัวนำทาง ก็คือ บริษัทมั่นคง ลูกค้ามั่นใจ พนักงานมั่งคั่ง ส่วนปรัชญาในเรื่องของการสร้างที่พักอาศัยสำหรับการเช่า ก็คือ สะดวก สะอาด ปลอดภัย การเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นเรื่องของความเหมาะสม เมื่อธุรกิจเติบโตแล้ว จะต้องมีการตรวจสอบ มีการเปิดเผย เพื่อความยั่งยืนขององค์กร เหมือนกับชาเขียวของคุณตัน ไม่มีใครคิดว่า น้ำชา ซึ่งปกติมาเสิร์ฟฟรีในร้านก๊วยเตี๋ยว ร้านข้าวแกง จะขายดี เมื่อนำมาผลิตเป็นชาเขียว ตลาดเติบโตจริงๆ เจ้าใหญ่ๆ ลงมาเล่น หลายๆ แบรนด์ ทำให้กิจการมีความจำเป็นต้องมีกำลังเงินที่แข็งแกร่ง ก็ต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน ผลิตสินค้าดีๆ ออกสู่ตลาด แข่งขันกับรายอื่นๆ ผมก็เหมือนกันครับ ถ้าผมโตไปในระดับที่เป็นที่รู้จักทั่วไป ผมก็ต้องการความโปร่งใส ให้ทุกภาคส่วนตรวจสอบได้ สามารถขยายการลงทุนเพิ่มเติมในทำเลอื่นๆ ได้ ไม่หวือหวา ให้ทรัพย์สินของลูกค้าเพิ่มมูลค่าไปเรื่อยๆ เน้นในเรื่องการเอาใจใส่ลูกค้าเป็นหลัก”

ในภาคธุรกิจกล่าวกันว่า โอกาส=ลูกค้า ลูกค้า=เงิน คุณรมย์รวินทร์ยอมรับว่า เป็นความจริง ตัวเขาเองต้องแสวงหาโอกาส โอกาสที่ว่านั้นก็คือ เปิดตลาดใหม่ หาลูกค้าใหม่ นั่นเอง

Comments

comments