ลุ้นหุ้นไทยไปต่อ สถานีถัดไป 1,660 จุด

ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์คาดว่าปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยบริษัทหลักทรัพย์(บล.) กสิกรไทย มองว่า ดัชนีมีแนวรับที่ 1,625 และ 1,615 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,645 และ 1,660 จุด ตามลำดับ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค, ยอดค้าปลีก ตลอดจนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคม ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ อาทิ รายงานนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ, ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคม ของหลายประเทศในยุโรป และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนสิงหาคมของกลุ่มยูโรโซนและจีน

กรอบดัชนี 1,620 – 1,665 จุด

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ประเมินดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบแนวรับ 1,620 – 1,630 จุด กรอบแนวต้านที่ 1,649 – 1,665 จุด

“บรรยากาศการลงทุนโดยรวมในตลาดหุ้นยังเป็นบวก จากการคงดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี และจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังไม่เติบโตของสหรัฐฯ อาจทำให้เฟดชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไป”

นายกรภัทร มองว่าประเด็นที่มีผลบวกในสัปดาห์นี้ จะมาจากนายฮิโรชิเกะ เซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น จะนำบริษัทเอกชนจากญี่ปุ่นกว่า 560 แห่งเข้ามาจับคู่ธุรกิจกับไทย และเข้าศึกษาข้อมูลการลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC) นอกจากนี้จะได้รับผลบวกจาก FTSE Rebalance ซึ่งจะทำให้ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย เข้ามาในสัปดาห์นี้

หุ้นแนะนำ กลุ่มปิโตรฯ-ค้าปลีก

ด้านกลยุทธ์แนะนำเลือกหุ้นที่มีลักษณะการปรับขึ้นของราคาช้ากว่ากลุ่ม(Laggard) และราคายังมีอัพไซด์สูง โดยเฉพาะในกลุ่มปิโตรเลียมขั้นต้น ที่จะได้รับประโยชน์จากกำลังผลิตที่ลดลงในสหรัฐราว 8% หลังจากได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคนเออร์มา และจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่จะปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ราว 57 – 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนำหุ้น IVL และ PTTGC หุ้นในกลุ่มค้าปลีกแนะนำ ROBINS และ HMPRO ด้านหุ้นขนาดกลาง-เล็กแนะนำ BWG และ PM

การเมืองชัดเจน เชื่อมั่นมา

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) สรุปภาวการณ์ลงทุนเดือนสิงหาคม 2560 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET Index) ปิดที่ 1,616.16 จุด เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นเดือนก่อน ปรับเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในภูมิภาค และเพิ่มขึ้น 4.7% จากสิ้นปี 2559 โดยมีปัจจัยภายในสนับสนุนทั้งสถานการณ์การเมือง รวมทั้งอัตราเงินปันผลตอบแทน ที่ระดับ 3.06% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชีย ขณะที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 267,515 สัญญา

ดร. ภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท.เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่มีความชัดเจนมากขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงเวลาที่มีการเปิดเผยข้อมูลบริษัทจดทะเบียนและการจ่ายปันผลระหว่างกาลของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่มีผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของผู้ลงทุนที่ยังไม่ได้มีการลงทุนเพิ่มในช่วงที่ผ่านมา

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการและประธานบริหารการลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย มีมุมมองการลงทุนและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะยังขยายตัวต่อเนื่องด้วยแรงหนุนจากการดำเนินนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการเริ่มฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน

ส่วนตลาดหุ้นไทยเริ่มมีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น จากปัจจัยในประเทศ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพี ที่ออกมาแข็งแกร่งและความคลายกังวลทางการเมือง ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศที่ต้องติดตาม คือ ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินลงทุนในระยะสั้น

นอกจากนี้แม้ว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับประมาณการผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนลงบ้าง หลังประกาศผลประกอบการในไตรมาส2/2560 แต่อัตรากำไรสุทธิของ SET Index น่าจะยังสามารถยืนเหนือระดับ 100 จุด ได้ ทั้งนี้บลจ.กสิกรไทยยังคงคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยปลายปีอยู่ที่ระดับ 1,650 จุด

 

Comments

comments