KeyPoint:

  1. มูลค่าการส่งออกไทยเดือน ม.ค. 2019 หดตัวที่ – 5.7%YOY หดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าที่ -1.7%YOY โดยหากหักทองคำ พบว่ามูลค่าส่งออกหดตัวลดลงที่ -4.9%YOY
    • สินค้าหลักที่มีการหดตัว ได้แก่ ยานพาหนะอุปกรณ์และส่วนประกอบ (-9.6%YOY) เครื่องอิเล็กทรอนิกส์
      (-8.5%YOY) มันสำปะหลังอัดเม็ดและมันเส้น (-59.2%YOY)น้ำมันสำเร็จรูป (-10.6%YOY) เม็ดพลาสติก (-8.9%YOY)ยางพารา (-15.1%YOY) น้ำตาลทราย (-29.9%YOY)และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (-21.6%YOY)
    • ตลาดส่งออกหลักที่มีการหดตัว ได้แก่ จีน (-16.7%YOY)ยุโรป (-4.8%YOY) อาเซียน5 (-7.4%YOY) ไต้หวัน (-15.5%YOY) ออสเตรเลีย (-6.5%YOY) ตะวันออกกลาง(-8.3%YOY) และแอฟริกา (-4.5%YOY) อย่างไรก็ดีการส่งออกมีการขยายตัวในบางตลาดสำคัญ เช่น สหรัฐฯ(8.3%YOY) และญี่ปุ่น (0.9%YOY)ขณะที่การส่งออกไปตลาดอินเดีย เกาหลีใต้และซีแอลเอ็มวีกลับมาขยายตัวในเดือนนี้
      หลังจากหดตัวในเดือนก่อนหน้า
  2. สินค้าส่งออกของไทยที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านห่วงโซ่อุปทาน ยังคงมีการหดตัวต่อเนื่องโดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังจีน เช่น หมวดแผงวงจรไฟฟ้าและเครื่องคอมพิวเตอร์-อุปกรณ์และส่วนประกอบซึ่งคาดว่าบางส่วนอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของสินค้าส่งออกจีนที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าโดยสหรัฐฯ มีการหดตัวที่ -5.5%YOY และ -27.1%YOYตามลำดับ ทั้งนี้ เคมีภัณฑ์ซึ่งคาดว่าได้รับผลกระทบเช่นกันหดตัวในตลาดจีนครั้งแรกในรอบ 3 เดือนที่ -7.0%YOY
  3. มูลค่าการนำเข้าขยายตัวที่ 14.0%YOY พลิกจากการหดตัวที่ -8.2%YOY ในเดือนก่อนหน้านำโดยหมวดอาวุธ ยุทธปัจจัยเพื่อการซ้อมรบซึ่งขยายตัวกว่า4,832.4 %YOY ตามด้วยสินค้าหมวดอื่นที่มีการขยายตัวเช่นกันโดยสินค้าเชื้อเพลิง สินค้าวัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป สินค้าอุปโภคบริโภคและยานพาหนะอุปกรณ์การขนส่ง ขยายตัวได้ที่ 4.8%YOY7.5%YOY 4.0%YOY และ 4.8%YOY ตามลำดับขณะที่สินค้าทุนหดตัวต่อเนื่องที่ -2.9%YOY ทั้งนี้ หากหักอาวุธยุทธปัจจัย มูลค่านำเข้าจะขยายตัวเหลือเพียง 3.7%YOY

Implication:

  1. แนวโน้มการชะลอตัวของการส่งออกสินค้าเกิดขึ้นในหลายประเทศส่งออกสำคัญตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี2018 โดยจากรูปที่ 1พบว่าอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกไทยตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2018 มีการชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกับอัตราการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกในหลายประเทศในเอเชีย อย่างไรก็ดี ในเดือนมกราคม 2019จีนมีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นซึ่งแตกต่างจากประเทศอื่นที่มีการหดตัวเป็นส่วนใหญ่โดยสาเหตุหลักเกิดจากการเหลื่อมวัน ของเทศกาลตรุษจีน (ปีนี้ 1-15กุมภาพันธ์ ปีก่อน 15-21 กุมภาพันธ์) กล่าวคือ โดยปกติในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน จีนจะมีการเร่งการส่งออก (front-loading) ก่อนวันหยุดยาว ซึ่งในปีนี้จะเป็นช่วงปลายเดือนมกราคมขณะที่ปีก่อนเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ดังนั้น เมื่อเทียบ %YOYจึงทำให้คิดเป็นการขยายตัวในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
  2. อีไอซีคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2019 ขยายตัวที่3.4% ชะลอลงจากปี 2018 (รูปที่ 2)เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงประกอบกับราคาน้ำมันดิบโลกที่คาดว่าจะมีทิศทางทรงตัวโดยจะส่งผลต่อมูลค่าการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปและเคมีภัณฑ์ให้มีทิศทางชะลอลงเช่นกัน นอกจากนี้สินค้าส่งออกไทยหลายกลุ่มยังมีโอกาสได้รับผลกระทบมากขึ้นจากมาตรการกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม ที่เริ่มใช้ในปีก่อนหน้าโดยยังต้องติดตามท่าทีของทางจีนและสหรัฐฯ หากสหรัฐฯและจีนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงด้านสงครามการค้าซึ่งระหว่างนี้ยังอยู่ในช่วงของการเจรจา ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 1 มีนาคม2019 สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีเพิ่มเติมจากเดิมที่อัตรา 10% เป็น 25%สำหรับสินค้านำเข้าจีนมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาจีนมีท่าทีประนีประนอมในการเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากทางสหรัฐฯมากขึ้น แต่หากพิจารณาข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ต่อจีนพบว่ามีแนวโน้มสูงที่จะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่น ข้อเรียกร้องด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาการเปิดตลาดภาคบริการและเกษตรกรรม เป็นต้นโดยอีไอซีประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่ทางสหรัฐจะเลื่อนการขึ้นภาษีออกไปก่อนและน่าจะสามารถมีข้อตกลงได้ภายในครึ่งหลังของปี 2019ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2020 นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามเกี่ยวกับการขึ้นภาษียานยนต์ของทางสหรัฐฯ ที่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯได้ยื่นเรื่องให้ประธานาธิบดีทรัมป์พิจารณาแล้ว โดยมีเวลาตัดสินใจ90 วัน
  3. อีไอซีประมาณการมูลค่านำเข้าของไทยปี 2019ขยายตัวที่ 3.6% (รูปที่ 2) ชะลอลงจากปี 2018เนื่องจากการนำเข้าวัตถุดิบสำหรับผลิตเพื่อส่งออกมีแนวโน้มชะลอตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกประกอบกับมูลค่าการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิงมีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบโลกที่คาดว่าจะมีทิศทางทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ดีอีไอซีคาดว่า สินค้านำเข้าประเภทสินค้าทุนและอุปโภคบริโภคจะยังขยายตัวต่อเนื่องตามทิศทางการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนในประเทศทั้งจากภาคเอกชนและภาครัฐ

 

โดย : พนันดร อรุณีนิรมาน ( [email protected] )
จิรายุ โพธิราช ([email protected] )
Economic Intelligence Center (EIC)
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
EIC Online: www.scbeic.com

Comments

comments