ยุคทองของผู้ประกอบการ ทำไมจึงควรเป็นนายตัวเองในยุคนี้

ความแกร่ง อดทน เสียสละ และต้องต่อสู้ เป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ ในเส้นทางของเถ้าแก่ จนบางครั้งก็ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นทางเดินที่น่ากลัว เต็มไปด้วยอุปสรรคและความเสี่ยง

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด การเป็นผู้ประกอบการนั้นย่อมมีความท้าทาย แต่มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณได้ฟังมา สิ่งที่สำคัญก็คือเราได้ปิดหูปิดตากันมานานจนเกินไปแล้วว่าจริงๆ แล้วยุคนี้น่ะมันเป็นยุคทองของผู้ประกอบการ มันไม่มีเวลาที่ดีไปกว่านี้แล้วในการเป็นเจ้านายตัวเอง

ผมรู้ว่าที่กล่าวมามันมาจากประสบการณ์การจัดตั้งธุรกิจของผมเอง แต่ผมก็ได้เห็นกับตามามากจากการได้ช่วยนักธุรกิจหน้าใหม่กว่า 325,000 รายใน Shopify ในการทำความฝันของพวกเขาให้เป็นจริง และนี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมการมีอะไรเป็นของตัวเองนั้นจึงดีกว่า:

สังคมมีทัศนคติต่อผู้ประกอบการต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

เมื่อก่อนการออกมาค้าขายหรือมีอะไรเป็นของตัวเองนั้นเป็นทางเลือกสุดท้าย สำหรับคนจนตรอกและหางานทำไม่ได้ แต่ในวันนี้การมีกิจการเป็นของตัวเองนั้นไม่ใช่แบบนั้นอีกต่อไปแล้ว โดยมีไอดอลแห่งยุคอย่าง มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก และอีลอน มักส์ เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นนี้

สังเกตได้จากบรรพบุรุษของผมเอง หลังจากที่ปู่ผมอพยพจากฮังการีไปแคนนาดาในช่วงปี 1950 อย่างแรกที่เขาทำคือการขายไข่ที่ตลาดมอนทรีออล มันเป็นการทำเพื่อความอยู่รอดหาใช่การทำตามความฝัน เขาไม่ได้หลงใหลไข่ เขาหลงใหลในการดูแลและเลี้ยงปากท้องของอีกหลายชีวิตในครอบครัว และหลังจากนั้นในยุคต่อๆ มา มุมมองต่อการค้าขายก็ได้เปลี่ยนไป การเป็นเจ้าของกิจการถูกรวมอยู่ในการวางแผนอาชีพที่มั่นคงสำหรับนักเรียนมัธยม เด็กมหาลัยเองก็เลือกลงเรียนวิชาผู้ประกอบการมากขึ้น เช่นในมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่างสแตนฟอร์ด และการแข่นขันกันเพื่อให้ได้ที่นั่งในห้องเรียนที่สอนวิชาเหล่านี้

ข้อจำกัดที่ลดลงอย่างไม่เคยมีมาก่อน

หลายๆ สิบปีก่อน การมีธุรกิจเป็นของตัวเองนั้นต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ยกตัวอย่างพ่อผมเอง เขาชอบคำว่า “นักธุรกิจ” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุด 80 มากกว่า “ผู้ประกอบการ” ที่ใช้กันในยุคนี้ เขาเริ่มธุรกิจของตัวเองด้วยการซื้อเสื้อโค้ทราคาส่งจากโรงงานและนำมาขายต่อให้ห้างสรรพสินค้า ในการนำเสื้อโค้ทของเขาเข้าตลาด พ่อผมต้องเดินทางไปเอเชียอยู่บ่อยครั้ง เพื่อไปดูตัวอย่างสินค้าและซื้อด้วยเงินที่กู้มาจากธนาคารด้วยตนเอง หากการนำเข้านั้นล้มเหลว พวกเราจะต้องเป็นหนี้ก้อนโตและไร้ที่ซุกหัวนอน

แต่ในปัจจุบัน คนหนุ่มสาวไฟแรงที่มีไอเดียดีๆ สามารถทดลองทำธุรกิจของตนเองได้โดยไม่ต้องแม้แต่จะก้าวออกจากบ้านหรือลงทุนอะไรมากมาย ด้วยเครื่องปริ้นท์สามมิติและการขึ้นแบบที่สามารถทำได้ในห้องครัวที่บ้าน การระดมทุนที่ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป (แถมยังเหมือนเป็นโบนัสในการสร้างฐานลูกค้า) โซเชี่ยลมีเดียที่เพิ่มช่องทางทางการตลาดและการเข้าถึงลูกค้า ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

ผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันจึงสามารถรองรับความเสี่ยงจากการทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะสูญเสียเงินออมทั้งหมดที่สะสมมา

ผลลัพธ์ : ธุรกิจแบบสตาร์ทอัพได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในอเมริกาหลังจากผ่านจุดต่ำที่สุดไปในรอบ 20 ปี จากรายงานของ Kauffman จำนวนของผู้ประกอบการรายใหม่ได้เพิ่มขึ้น 15% ในสองปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่ามีนักธุรกิจหน้าใหม่เกิดขึ้นมากว่า 550,000 คนต่อเดือน

การเป็นเจ้าของกิจการเป็นเรื่องของความจรรโลงใจ ไม่ใช่เพียงแค่อยู่รอดไปวันๆ

ในปี 1943 นักจิตวิทยา อับราฮัม มาสโลว์ได้ตีพิมพ์การค้นคว้าของเขาออกมาว่า มนุษย์มีสิ่งสำคัญที่ต้องการในการดำรงชีวิต โดยเรียงสิ่งเหล่านี้ออกมาในรูปปิรามิด

ฐานที่ต่ำที่สุดแสดงถึงสิ่งที่เราต้องการที่สุดในการดำรงชีวิต ซึ่งก็คืออาหาร ที่อยู่และความปลอดภัย และไล่ขึ้นมาเป็นเรื่องที่มีผลต่อจิตใจและคุณค่าความเป็นมนุษย์มากขึ้นเช่น การได้รับการยอมรับ การเห็นในคุณค่าและความสามารถของตัวเอง และสำหรับคนส่วนใหญ่การเป็นเจ้าของกิจการช่วยเติมเต็มในข้อนี้ ซึ่งบรรพบุรุษผมในสมัยก่อนเริ่มกิจการเป็นของตัวเองเพราะต้องการที่พักพิงและความปลอดภัย

ต่างจากสมัยนี้ที่คนเราเริ่มก้าวด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป คนที่มีพรสวรรค์และต้องการความก้าวหน้าในชีวิตล้วนมีเป้าหมายที่จะไปให้ถึงจุดสูงสุดของยอดปิรามิด โดยการนำไอเดียมาสร้างเป็นแบรนด์ บริษัทหรือผลิตผลที่เป็นของพวกเขาเอง การมีอะไรเป็นของตัวเองจึงเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าที่หลายๆ คนตามหาและเป็นตัวบ่งชี้ของความสำเร็จและรู้สึกเติมเต็มในการใช้ชีวิต

ด้วยความที่ข้อจำกัดในการเป็นผู้ประกอบการนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงคาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าเราจะได้เห็นการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตอันใกล้ แต่เทคโนโลยีก็เป็นตัวแปรหลักสำหรับทุกๆ การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในตอนนี้ที่ความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์นั้นมากกว่าเงินลงทุน ผู้ประกอบการที่มีไอเดียเจ๋งๆ และแตกต่างเป็นของตัวเองจึงสามารถแย่งสปอร์ตไลท์และแยกตัวเองออกมาจากคู่แข่งรายอื่นๆ ได้ และนั่นแหละความหลงใหลในสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ

และผมรู้ว่านั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมทำในสิ่งที่ผมทำอยู่ ผมเกิดมาเพื่อช่วยผลักดันผู้ประกอบการ มันคือชีวิตของผม ผมโชคดีมากที่ได้เกิดมาในยุคนี้ ซึ่งหากเป็นพ่อของผม เขาคงต้องรอจนกว่าวันที่เกษียณแล้วจึงจะได้มานั่งคิดว่าเขาอยู่ไปเพื่ออะไร แต่ผมได้ใช้ชีวิตของผมเองตั้งแต่วันนี้

แต่ผมไม่ได้บอกนะว่าเส้นทางของเถ้าแก่นั้นมันจะเป็นทางเดินที่ง่ายดาย ผมเองก็สะดุดมาหลายครั้ง แต่คิดว่ามันเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ ที่ต้องแลกเพื่อให้ได้ลิขิตชีวิตของเราเอง และรางวัลของมันจริงๆ นั้นล้ำค่ากว่าที่หลายคนฝันถึง

Comments

comments