ตลาดสาขาปากคลองตลาด

งานต่างๆที่จัดขึ้นนั้น เมื่อจำเป็นจะต้องใช้ดอกไม้ ผู้คนส่วนใหญ่จะนึกถึง “ปากคลองตลาด” มากกว่าที่อื่นๆ ดอกไม้ที่นี่ได้รับการยอมรับ สวยและคุณภาพดี เป็นที่ไว้วางใจของเจ้าภาพ นอกจากนี้ ปากคลองตลาดเคยขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดที่แม่ค้าปากจัดที่สุด ผู้ใหญ่ในยุคก่อนๆมักจะสอนเตือนลูกหลานเสมอๆให้ระมัดระวัง ไม่ให้พูดจาเหมือนแม่ค้า ยิ่งในยุคภาพยนตร์จากดารายอดนิยมด้วยแล้ว เช่น “มิตร-เพชรา” หรือ “สมบัติ-อรัญญา” บรรดานางมารร้ายในเรื่องหรือตัวอิจฉาทั้งหลาย ที่ชอบข่มเหงรังแกนางเอก ไม่กล้าไปเดินปากคลองตลาด เพราะกลัวจะถูกแม่ค้าต่อว่า หรือถูกไล่ตะเพิด ไม่ขายของให้ ล้วนเคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น นับเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของตลาดดังแห่งนี้

บรรยากาศใน ปากคลองตลาด

วันนี้ “ปากคลองตลาด” เปลี่ยนไปแล้ว เดี๋ยวนี้สวยงามน่าเที่ยว ปัจจุบัน เป็นตลาดดอกไม้ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และเป็นที่ชื่นชอบจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ละวันจะคับคั่งไปด้วยผู้คน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดนึกว่าปากคลองตลาดเป็นของกรุงเทพมหานคร แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ความจริงก็คือ ตลาดแห่งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ “องค์การตลาด” หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ 1 ใน 5 ของกระทรวงมหาดไทยองค์กรแห่งนี้มีตลาดที่อยู่ร่วมชายคาเดียวกันอีก 4 แห่ง อันได้แก่ ตลาดตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร,ตลาดบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา,ตลาดลำพูน จังหวัดลำพูน และตลาดหนองม่วง จังหวัดลพบุรี

“องค์การตลาด” เกิดขึ้นในยุคสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้แก่พื้นที่โดยรอบวัดพระเชตุพน(วัดโพธิ์ ท่าเตียน) แก้ปัญหาให้แก่ประชาชน และทางราชการ โดยได้ย้ายพ่อค้าแม่ค้าที่ปลูกเพิงถาวรขายสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคนานาชนิด ไปไว้ในที่ปากคลองตลาด ซึ่งเดินทางสะดวก ทั้งทางบกและทางน้ำ และได้จัดตั้งองค์การตลาดขึ้นมาบริหารจัดการ และเพื่อรองรับการจัดตั้งตลาดกลางผักและผลไม้ ซึ่งเวลาต่อมาองค์การตลาดได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักของประเทศในการสร้างตลาดกลาง สร้างเครือข่ายระดับท้องถิ่นเพื่อเป็นช่องทางในการกระจายและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ชุมชน และได้ทำหน้าที่ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนผ่านทางตัวแทนการค้าขององค์การตลาด อาทิเช่น การจัดส่งสินค้าโภคภัณฑ์ให้แก่หน่วยงานของรัฐ เช่น ค่ายทหาร เรือนจำ โรงพยาบาล และโรงเรียน เป็นต้น

คุณภาณุพล รัตนกาญจนภัทร(รัตนทารส)
ผู้อำนวยการ
องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย

คุณภาณุพล รัตนกาญจนภัทร(รัตนทารส) ผู้อำนวยการ องค์การตลาด กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงทิศทางต่อไปขององค์กรว่า องค์การตลาดจะต้องทำตัวเป็นมาร์เก็ตติ้ง และเทรดดิ้งให้ได้จริงๆ ต้องเปลี่ยนโดยกล่าวว่า “ เรา(องค์การตลาด) ถึงไปแตะมือกับกรมพัฒนาชุมชนเอาสินค้าของกินประเภทสแน็คเข้าที่โลตัส เริ่มต้น 22-23 สาขา เริ่มต้นไปก่อน กำลังจะเข้าแม็คโครต่อไป อันนี้ มันชัดเจนอยู่แล้ว เป็นเรื่องของการแตะมือเชื่อมโยง เชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เขาต้องการมาร์เก็ตติ้งจริงๆ ”

คุณภาณุพลย้ำในประเด็นนี้ว่า “เพราะฉะนั้น มาร์เก็ตติ้งขององค์การตลาด จะเป็นมาร์เก็ตติ้งของจังหวัด จะป็นมาร์เก็ตติ้งของส่วนกลางด้วยส่วนที่ทำอีกอันคือเทรดดิ้ง เช่นเรื่องลองกอง เมื่อรับตำแหน่งใหม่ๆ ลองกองล้นทันที 2 หมื่นกว่าตัน เราช่วยไม่ได้เยอะ แต่ปัญหามันเกิดอย่างนี้ครับ ส่วนหนึ่งประชารัฐทุกจังหวัดมีอยู่แล้ว เขาเชื่อมโยงได้หมดกลุ่มโมเดิร์นเทรด แต่ในบางครั้ง สิ่งที่มันเกิดขึ้น การเข้ามาอีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็นของกระทรวงมหาดไทย มันไม่ได้เสียหาย ช่วยกันทำ เพราะแต่ละคนจะมีช่องทางที่มีความเชื่อมโยงไม่เหมือนกัน ปัญหาลองกองที่เกิดขึ้น เกรด ABC คละร่วง เกรด AกับB ไม่ต้องพูดถึงนะครับ เขาเหมาซื้อกันไปหมดแล้วครับ แต่เกรด C คละร่วงเยอะมากองค์การตลาดเป็นผู้ประมูล เป็นผู้ส่งอาหารดิบให้เรือนจำ 65%ของเรือนจำทั้งหมด เราก็บอกผู้ประมูลให้เร็วหน่อย ส่งลองกองเข้าเรือนจำเลย ที่หนึ่งก็ 700-800 กิโลต่ออาทิตย์ ตอนนั้นทำไป 30 เรือนจำ ปีนี้รับปากว่าจะเหมาหมดเลยทั้ง 138 เรือนจำ แล้วจะคุยกับอตก. อคส.ด้วย ช่วยกันหมดเลย ”

ตลาดสาขาตลิ่งชัน

ทุกวันนี้ ในแต่ละภารกิจนั้น การทำงานขององค์การตลาดจะมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆหลายแห่ง คุณภาณุพลยกตัวอย่างเช่น “องค์การตลาดไปศูนย์ราชการ ไปสุวรรณภูมิ ไปแตะมือ อย่าคิดเอาแต่ขาย องค์การตลาดเข้าไปช่วยเรื่องบรรจุภัณฑ์ด้วยไปช่วยเรื่องโลจิสติกส์ ถามว่าองค์การตลาดพร้อมไหมองค์การตลาดไม่ได้มีบุคลากรที่เก่งไปทุกอย่างหรอก แต่องค์การตลาดมีเครือข่ายมีที่ปรึกษา เป็นองค์กรที่มีบอร์ดลงมาทำงานที่เยอะที่สุด บอร์ดเป็นอนุกรรมการให้เราหมดเลย บอร์ดที่เก่งเรื่องคน เก่งเรื่องเทรดดิ้ง เรื่องโลกจิสติกส์ เก่งเรื่องกฎหมาย เก่งเรื่องพัฒนาองค์กรก็มาเป็นประธานอนุกรรมการด้านนี้ บอร์ดที่เก่งเรื่องมาร์เก็ตติ้งเขาก็ตั้งคณะทำงานขึ้นมา ไม่ก้าวก่ายกัน ส่งเสริม ช่วยคัดกรอง ทำงานร่วมกัน เมื่อมันเปลี่ยนบทบาท พลิกอย่างนี้ ต้องพยายามทำ เพราะฉะนั้น สิ่งที่มันจะเกิดขึ้น องค์การตลาดทำหมดครับ เราส่งหนังสือไปที่ท่านปลัดกระทรวง ท่านปลัดกระทรวงส่งหนังสือให้กรมการปกครองกระจายต่อไปว่า

ตลาดสาขาบางคล้า

สินค้าเกษตรที่จะล้นตลาดในปีนี้ ทุกคนรู้อยู่แล้ว มันก็ล้นอยู่ทุกปี วันนี้ มีองค์การตลาดที่ไปแตะเชื่อม อย่างน้อยเข้าไปศึกษาเข้าไปเชื่อมกับกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้เล่นใหม่เข้าไป พอไปถึงปั๊บ ผู้ว่าเชียงใหม่ ศรีสะเกษ จันทรบุรี ก็ต้องเริ่มคุยกับเรา เมื่อก่อนคุยกับกระทรวง กระทรวงก็ไม่มีมาร์เก็ตติ้ง ดังนั้น บทบาทเหล่านี้ เป็นบทบาทขององค์การตลาดที่จะต้องทำ ต้องเตรียมระบายสินค้า บางสิ่งบางอย่าง คนแนะนำว่าค่อยๆทำนะ จริงๆไม่ใช่ มันทำพร้อมกันได้ ”

ตลาดสาขาหนองม่วง

ส่วนไฮไลท์ในช่วงต่อไป คุณภาณุพลระบุว่า ไฮไลท์ที่ตนอยากจะพูดนั้น เป้าหมายอยู่ที่ตลาดบางคล้ากับตลาดลำพูนเนื่องจากตลาดบางคล้าเป็นตลาดแพปลา เป็นทางผ่านของ 304 ไปพนมสารคาม ไปอะไรต่างๆมากมายที่ต้องผ่านไปโคราช ตรงนั้น ผ่านวัดสมานเป็นวัดที่คนนิยมไปไหว้พระพิฆเนศตลาดบางคล้าเป็นตลาดแพปลามีกิจกรรมเฉพาะช่วงบ่าย ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือ แพปลาส่งกลิ่นคละคลุ้ง จึงต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยกล่าวว่า “เมื่อเราได้งบแล้ว ต้องลงมือทำ ด้านหน้าจะเป็นเรื่องของการจำหน่ายผักออร์แกนิก ตรงกลางจะเป็นเรื่องศูนย์เกษตรปลอดภัย มีห้องเย็น มีห้องตัดแต่ง ด้านข้างเป็นศูนย์อาหาร แล้วก็เชื่อมกับท่องเที่ยวแบบกีฬา เขามีจักรยาน ส่วนแพปลาย้ายไปด้านหลัง นั่นคือ สิ่งที่เขาใช้ชื่อโครงการนี้ว่า ศูนย์กระจายสินค้าเกษตรปลอดภัยภาคตะวันออก เพราะการทำตรงนี้ ไม่ใช่ทำเพื่อองค์การตลาด หรือทำเพื่อจังหวัดฉะเชิงเทราเราทำเพื่อภาคตะวันออก ”

ตลาดสาขาลำพูน

ไฮไลท์อีกแห่งหนึ่ง ก็คือตลาดลำพูนหรือเรียกกันติดปากว่า ตลาดอุโมงค์จังหวัดลำพูน โดยเป้าหมายหลักของงาน คุณภาณุพลเปิดเผยว่า “ตลาดที่นี่เราไม่ได้ขอเงินเยอะเพราะพื้นที่มันน้อย ท่านผู้ว่าก็ช่วยตั้งรองผู้ว่ามาร่วมดำเนินงาน และหน่วยงานอื่นๆก็มาร่วมกัน โยธาธิการจังหวัดเขียนแบบให้เรา เรามีตลาดอุโมงค์มุมดีมาก ปัจจุบันเป็นตลาดที่มีการจำหน่ายสินค้าหลากหลาย มีร้านอาหาร มีตลาดของสด เหล่านี้เป็นต้น แบบนี้ก็ถามว่า เรานำเสนออะไร เรานำเสนอลำพูนเป็น Green Marketเพราะส่วนหนึ่งคือ สภาเกษตรตำบลทำเป็นห้องตัดแต่งผลผลิตทางการเกษตร วันนี้ องค์การตลาดเปลี่ยนต่อเนื่องนะ เราจะมีคู่ค้า เราจะมีเครือข่ายเชื่อมโยงเรา เราคงไม่มีเงินมากมาย หรือของบจากรัฐบาล เราคงไม่ต้องใช้เวลาไปสร้างตลาดใหม่ เราก็ทำเอ็มโอยูร่วมกับตลาดอื่น เช่นเราทำตลาดเทิดไทที่โคราช ตลาดศรีนคร เป็นต้น ทำปั๊บ มันก็มีความผูกพันกัน คนเราก็ฝึกด้วย เราก็ได้สินค้าจากเขา เราได้ข้าวจากอีสานมาขายเราเอาปลาจากที่นี่ไปขายที่นั่น มันสนับสนุนกันหมด ไม่ได้สนับสนุนเฉพาะ หรืออย่างเช่น ผมคุยกับMK ถ้าผมมีผักอย่างนี้ส่งให้ เขารับหมด ทั้งโลตัส แม็คโคร บิ๊กซี โมเดิร์นเทรดต่างๆ วอลลุ่มมันใหญ่ไป แค่ส่งMKก็มหาศาลแล้ว แต่เราต้องตั้งมั่นแต่ต้นว่า เราต้องมีมาตรฐานร่วมกันเช่นเดียวกับแปดริ้ว มันต้องตั้งมาตรฐานก่อน แล้วพัฒนาเกษตรกรให้เขารู้ว่า ถ้าเขาไม่พัฒนาเขาก็ขายไม่ได้ มันจึงจำเป็นต้องมีGreen Market สำหรับ เรื่องผัก เรื่องผลไม้ต่างๆ”

คุณภาณุพล กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “วันนี้ องค์การตลาดทำได้หลายอย่าง เรามีความมั่นคง ทั้งจิตใจ ความโปร่งใส ความเป็นธรรมาภิบาล เรามีความปลอดภัย เราส่งอาหารดิบให้เรือนจำ ทุกอย่างปลอดภัย ส่งได้ครบสำหรับนักโทษกว่า 3 แสนคน ค่ายทหาร เช่น เขาชะโงก สั่งซื้อจากองค์การตลาดหมด ถุงยังชีพที่จัดโดยเร็ว โดยครบถ้วน อาหารไม่บูด ก็เป็นงานขององค์การตลาด เร็ว มั่นคง วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็ชวนองค์การตลาดเข้าไทยเทรดหลายองค์กรอยากจับมือกับองค์การตลาด มันเป็นอะไรที่เหมือนกับเสือที่หลับไปนาน เราจะสร้างตลาดของเราให้ดีเราจะเป็นมาร์เก็ตติ้งและเทรดดิ้งที่มีประสิทธิภาพ เราจะเข้าไปช่วย ไปเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ เราจะช่วยระบายสินค้าเกษตรและเราจะทำเว็บไซด์ให้เสร็จในยุคของเรา เราจะสร้างศูนย์รวมและกระจายสินค้า”

Comments

comments