ต้องยอมรับว่าประเทศไทยในปัจจุบัน กลายเป็นประเทศที่ไม่ว่าฝรั่งหรือชาวเอเชียด้วยกันเอง ต่างหมายตาใช้ไทยเป็นที่ทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น ด้วยเพราะทำเลของประเทศไทยที่หลายคนมองเป็นฮับของกลุ่มประเทศประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ทำให้แรงงานระดับมันสมองทั้งหลาย ถูกส่งให้มาประจำการที่ประเทศไทย ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยให้เช่าสำหรับชาวต่างชาติมีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น

ปกติชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย มักจะนิยมเช่าเซอร์วิสอพาร์เม้นท์ แต่ดูเหมือนว่าระยะหลังเซอร์วิสอพาร์เม้นท์จะเงียบเหงา ด้วยเพราะโดนคอนโดมิเนียมแย่งชิงพื้นที่ เนื่องจากคอนโดมิเนียมปล่อยเช่ามีระบบสาธารณูปโภคที่ดึงดูดมากกว่า อีกทั้งทำเลยังใกล้รถไฟฟ้าเดินทางสะดวก

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรดาเศรษฐีเงินเย็นทั้งหลาย รวมทั้งนักลงทุนมือใหม่ ต่างหันมาลงทุนในตลาดคอนโดฯ ปล่อยเช่าชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากได้ผลตอบแทนดี โดยกว่า 90% ของผู้เช่าชาวต่างชาติจ่ายค่าเช่าสูงกว่า 20,000 บาทต่อเดือน หรือตกเฉลี่ยสูงถึงตารางเมตรละ 700 – 1,000 บาทต่อเดือน เลยทีเดียวนับเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจอย่างมาก แต่จะทำยังไงให้ห้องที่มีอยู่โดนใจผู้เช่าชาวต่างชาติ ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลก็สามารถสรุปออกมาได้ดังนี้

ตำแหน่งของห้องตามทิศ

เริ่มตั้งแต่การเลือกห้องเพื่อปล่อยเช่า คนที่จะเริ่มลงทุนเองต้องรู้ว่าโครงการที่เราจะซื้อมีกลุ่มเป้าหมายในการปล่อยเช่าเป็นใคร และมีโอกาสในการปล่อยเช่ามากน้อยแค่ไหน รวมถึงวิเคราะห์สภาพตลาดและคู่แข่ง ถึงแม้จะมีกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าชัดเจน แต่ถ้ามีคู่แข่ง (โครงการจำนวนมาก) โอกาสในการปล่อยเช่าก็จะลดน้อยลง

สำหรับคอนโดฯ ที่ชาวต่างชาติชื่นชอบ จะต้องเลือกทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า เดินทางสะดวก และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ถ้าจะเน้นปล่อยเช่ากลุ่มคนญี่ปุ่น ในห้องพักต้องมีอ่างอาบน้ำ เพราะคนญี่ปุ่นชอบแช่น้ำ การเลือกตำแหน่งห้องในการปล่อยเช่าก็มีความสำคัญไม่น้อย แน่นอนว่าผู้เช่าเองก็ต้องเลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดเพื่ออยู่อาศัย ไม่ควรเลือกห้องในตำแหน่งที่ชั้นสูงจนเกินไปหรือเตี้ยเกินไป

หากเป็นคอนโดฯ ไฮไรส์ควรเลือกชั้น 10 กว่าๆ กำลังดี ส่วนถ้าเป็นคอนโดฯ โลว์ไรส์ควรเลือกชั้น 3-7 ซึ่งในแต่ละชั้นราคาขายของคอนโดฯ ก็จะแตกต่างกันออกไป ยิ่งสูงยิ่งแพง แต่เมื่อเวลามาปล่อยเช่าราคาค่าเช่าแต่ละชั้นจะไม่แตกต่างกันมาก แต่ห้องในตำแหน่งที่ดีมีโอกาสปล่อยเช่าได้ง่ายกว่า แต่ก็ต้องแลกมาซึ่งต้นทุนที่สูงกว่าเช่นกัน

สำหรับชาวต่างชาติไม่กังวลเรื่องทิศทางของแดด แต่จะให้ความสำคัญเรื่องของทิวทัศน์ ฉะนั้นแล้วจะปล่อยเช่าต่างชาติควรเลือกตำแหน่งห้องที่วิวเปิดโล่ง จะส่งผลให้มีโอกาสปล่อยเช่าได้สูงขึ้น

หากเจาะตามลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของชาวต่างชาติ พบว่า ผู้เช่า “ยุโรป-อเมริกัน” ยังมีพฤติกรรมเลือกอยู่โซนราชดำริ เพลินจิต และแนวรถไฟฟ้าย่านสุขุมวิทตอนต้น ส่วนใหญ่จะเลือกเช่าคอนโดฯ ตามแนวรถไฟฟ้าสุขุมวิทเป็นหลัก แต่จะกระจายไปยังย่านราชดำริ เพลินจิต หลังสวน สุขุมวิทตอนต้น และมีแนวโน้มที่จะกระจายไปยังย่านสุขุมวิทตอนปลายอยู่บ้าง แต่จะอยู่กันแบบกระจายไม่เป็นชุมชนเหมือนชาวเอเชีย ซึ่งจะให้ความสำคัญเรื่องทำเลและราคาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเช่า

ผู้เช่าในกลุ่มนี้ต้องการห้องชุดที่โปร่ง เรียบง่าย เพื่อตนเองสามารถนำของตกแต่งที่ชอบเข้ามาจัดวางได้ ตามความพอใจ ในระดับผู้บริหารยังนิยมห้องที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ขนาด 100 ตารางเมตรขึ้นไปสำหรับคอนโดแบบ 2 ห้องนอนและขนาด 150 ตารางเมตรขึ้นไปสำหรับคอนโดแบบ 3 ห้องนอน ในขณะที่กลุ่มผู้เช่าที่มาคนเดียวมักจะมองหาห้องที่มีขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางเมตร

ส่วนผู้เช่าฝั่งเอเชียอย่าง “จีน สิงคโปร์ เกาหลี” จะนิยมอาศัยอยู่บริเวณย่านพระราม 3 ถนนอโศกไปจนถึงถนนรัชดาภิเษก และมักจะเลือกเช่าที่พักอาศัยในทำเลที่มีคนชาติเดียวกันเช่าอยู่เดิม เพื่อสร้างความเป็นชุมชนและเกิดความอบอุ่นใจ ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ราคาหรืออัตราค่าเช่าถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเช่าที่อยู่อาศัย

ขณะที่ผู้เช่า “ชาวญี่ปุ่น” ส่วนใหญ่มักเลือกที่จะอยู่ในย่านสุขุมวิทตอนกลางระหว่างอโศกถึงเอกมัย โดยคอนโดฯ ย่านสุขุมวิท 24, 31, 39, 49, 55 (ซอยทองหล่อ) ยังได้รับความนิยมมากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือทำเลโซนสุขุมวิท 23, 26, 36, 38, 53 และซอยเอกมัยเท่านั้น แต่ในปัจจุบันก็เริ่มเห็นการขยับขยายออกมาในโซนย่านพระโขนง-อ่อนนุชตอนต้นบ้างแล้ว เนื่องจากอัตราค่าเช่าในพื้นเดิมเริ่มขยับตัวสูงขึ้น ประกอบกับในโซนพระโขนง-อ่อนนุชตอนต้นก็ไกลจากพื้นที่ยอดนิยมมากนัก

โดยผู้เช่าชาวญี่ปุ่นมักอาศัยอยู่รวมกันแบบชุมชน เพราะรู้สึกอุ่นใจเรื่องความปลอดภัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหันมาซื้อคอนโดมิเนียมในบริเวณนี้เพื่อปล่อยเช่า จนทำให้พื้นที่นี้มีผู้อยู่อาศัยมากกว่าครึ่งเป็นผู้เช่า และสัญชาติของผู้เช่านั้นมากกว่าครึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการลงทุน เพื่อให้เข้าใจและใช้เป็นแนวทางในการตกแต่งและเลือกใช้บริษัทตัวแทนที่มีฐานข้อมูลผู้เช่าหรือผู้ซื้อที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวที่สุด

สำหรับกลุ่มผู้เช่าเอเชียนิยมเช่าห้องชุดในลักษณะที่ตกแต่งครบและพร้อมเข้าอยู่เป็นหลัก ส่วนกลุ่มผู้เช่าชาวญี่ปุ่น ไม่นิยมห้องที่มีขนาดใหญ่มาก กรณีที่อาศัยเพียงคนเดียว ห้องพักพื้นที่ 40-50 ตารางเมตรก็เพียงพอกับความต้องการ แต่ในกรณีที่พักอาศัยเป็นครอบครัวหรือกลุ่มที่มีงบประมาณในการเช่าสูงมักจะเลือกเช่าห้องชุดขนาด 2 ห้องนอนเป็นหลัก

แต่ในที่สุดแล้ว ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ นั้นมักเลือกที่จะพักอยู่ในไม่กี่ทำเล โดยส่วนใหญ่จะนิยมพักอยู่ย่านสุขุมวิท หากเป็นซอยเลขคี่จะเป็น ระหว่างซอย 1-63 ส่วนฝั่งเลขคู่จะเป็นซอย 2-42 รวมไปถึงย่านสาทร และลุมพินี โดยทำเลที่ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มผู้เช่าต่างชาติมาโดยตลอด ได้แก่ สุขุมวิท เนื่องจากเป็นย่านที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน อีกทั้งยังมีแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร มากมาย หรือสรุปง่ายๆ ก็คือทำเลที่ประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลักดังนี้ ใกล้รถไฟฟ้า ใกล้สถานที่ทำงาน ใกล้สถานศึกษา และ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก นั่นเอง

Comments

comments